หน้าขาวใสด้วยสูตรขัดผิวขจัดปัญหาผิวหมองคล้ำ

5

ผิวพรรณหมองคล้ำนับว่าเป็นสิ่งที่ผู้หญิงเราต้องเผชิญด้วยกันทั้งนั้น ด้วยมลพิษทางสภาพแวดล้อมรอบตัวที่มาพร้อมฝุ่นละออง ควันพิษจากท่อรถยนต์และควันพิษจากโรงงานต่างๆ เหล่านี้มีส่วนทำให้ผิวพรรณของเราเสียหายได้ นอกจากนี้แล้ว แสงแดดเองก็เป็นตัวบ่อนทำลายผิวสวยให้เกิดความหมองคล้ำดำง่ายเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น เราคงต้องมารับมือผิวหมองคล้ำด้วยการพอกหน้าขจัดผิวหมองคล้ำให้ขาวใสเช่นเดิมกันแล้วล่ะ มาดูกันนะคะว่าสูตรพอกหน้าขจัดปัญหาผิวคล้ำเสียทำได้อย่างไรบ้าง

ส่วนผสม
– มะเขือเทศ 1 ลูก
– น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
– นมสด 2 ช้อนโต๊ะ
– น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ ให้นำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมรวมกัน แล้วทาใบหน้าพร้อมกับขัดผิวหน้าอย่างเบามือประมาณ 10-15 นาที เช็ดออกแล้วล้างหน้าด้วยน้ำเย็น แนะนำให้ใช้สูตรขัดผิวนี้ สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งค่ะ

สำหรับสรรพคุณในส่วนผสมทั้งหมดที่ได้จากธรรมชาตินั้นล้วนคืนอาหารบำรุงผิวอย่างดีเยี่ยมทีเดียว เนื่องจากในมะเขือเทศมีเอนไซม์ที่ช่วยลดริ้วรอยเหี่ยวย่นทำให้ผิวพรรณเต่งตึง หากสาวๆ ทานมะเขือเทศเป็นประจำก็จะช่วยให้ผิวขาวใสอมชมพูได้ ส่วนในน้ำมะนาวซึ่งเป็นกรดอ่อนๆ จะทำหน้าที่ขจัดความหมองคล้ำ ผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวเสื่อมสภาพให้หลุดออก ช่วยให้รูขุมขนบนใบหน้ากระชับเล็กลงได้ อีกทั้งยังช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียตัวการของการเกิดสิวและลดปัญหาฝ้าได้อีกด้วยนะ ในส่วนของนมสดจะทำหน้าที่คืนความชุ่มชื้นผิวให้ผิวเนียนนุ่ม เปล่งปลั่ง น้ำผึ้งมีสารแอนตี้ออกซิเดนท์ช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวีได้อีกด้วย และสามารถกักเก็บความชุ่มชื้นให้อยู่กับผิวพรรณไปนานๆ อีกด้วยนะคะ

เชื่อว่าสาวๆ ที่ทราบเคล็ดลับการขัดผิวเพื่อขจัดความหมองคล้ำจากสูตรธรรมชาติที่เราแนะนำนี้แล้ว เป็นต้องชื่นชอบและนำไปทำตามกันแน่นอน อย่างไรก็ตามขอให้สาวๆ ทุกคนมีผิวพรรณอ่อนเยาว์ ขาวกระจ่างใสกันถ้วนหน้าด้วยสูตรดีๆ จากเรากันนะคะ

ออกกำลังกายลดขาให้เล็กลงกันเถอะ

การลดต้นขาหรือลดขาให้เล็กลงอาจจะเป็นเรื่องทำยากสำหรับใครหลายๆ คน เคยสังเกตกันไหมว่าทำไมตั้งใจลดด้วยการออกกำลังกายมากเท่าใด แต่ต้นขาหรือขาของคุณกลับมีกล้ามเนื้อที่แน่นปั๋งแทน แล้วจะมีวิธีใดที่สามารถลดต้นขาหรือลดปัญหาขาหมูของคุณให้กลับมาเล็งลงได้บ้างล่ะ วันนี้เราจะมาเผยคำตอบกันให้ได้ทราบแล้วค่ะ

10

ท่าบริหารลดต้นขาด้านใน 

วิธีปฏิบัติ ให้นอนราบลงกับพื้น ไขว้ข้อเท้าเข้าไว้ด้วยกัน แล้วงอเข่าให้ใกล้เข้ามาชิดกับร่างกายจากนั้นยืดออก แล้วจึงคลายเท้าสองข้างแยกออกจากกันจึงค่อยกลับมาสู่ท่าเดิม แล้วเริ่มทำใหม่อีกประมาณ 15-25 ครั้ง/วัน หมั่นทำท่าบริหารนี้สม่ำเสมอ ต้นขาด้านในของคุณจะเล็กลงได้อย่างแน่นอน

การออกกำลังกายลดขาให้เล็กแบบไม่พึ่งอุปกรณ์
การออกกำลังกายหลายครั้งอาจจะต้องใช้อุปกรณ์เสริมช่วย แต่หากสาวๆ ไม่ชอบอะไรที่ยุ่งยากวุ่นวายและต้องการออกกำลังกายให้ได้ผล ให้ขาเรียวเล็กลงทันใจแบบธรรมชาติก็สามารถทำได้ด้วยการหันมาว่ายน้ำ ปั่นจักรยานอยู่กับที่ แต่มีข้อแนะนำว่าหากต้องการให้ขาลดลงเรียวเล็กได้เร็ว คุณต้องปั่นจักรยานด้วยความเร็วสูงเท่านั้น แต่หากคุณปั่นจักรยานช้าละก็ น่องขาคุณจะโตแน่นอน เนื่องจากมันจะส่งผลให้กล้ามเนื้อขามีขนาดใหญ่ขึ้นนั่นเอง

ในส่วนของการออกกำลังกายแบบกีฬาแอโรบิกก็เช่นเดียวกัน มันอาจจะไม่ได้ช่วยให้คุณผอมลงได้แต่มันจะทำให้รูปร่างคุณเฟิร์มกระชับขึ้นแทน ต้นขาอาจเล็กลงนั่นเพราะเกิดจากความกระชับของกล้ามเนื้อ แต่คุณจะสังเกตได้ว่าน่องขาจะใหญ่ขึ้น แต่กีฬาที่ใช้ขาบริหารเหล่านี้มักจะช่วยสลายไขมันที่สะสมบริเวณหัวเข่าได้ดีค่ะ

ดังนั้น หากคุณไม่อยากให้ใครมองว่ามีปัญหาขาหมูหรือต้นขาใหญ่ มีขาใหญ่จนขาดความมั่นใจล่ะก็ แนะนำให้หันมาควบคุมอาหาร ลดแป้ง ไขมันและน้ำตาล แล้วหมั่นออกกำลังกายควบคู่กันอย่างสม่ำเสมอ หากต้องการให้ขาเล็กก็หมั่นบริหารต้นขาอย่างเป็นประจำ ทำแบบนี้จนติดเป็นนิสัยไปนานๆ การันตีได้เลยว่าคุณจะมีขาเรียวเล็กและหุ่นดีสมใจแน่นอนค่ะ

 

 

 

 

วิธีแก้ปัญหาขาคากิให้กลายเป็นขาเรียวเล็ก

เชื่อว่าคงมีสาวๆ หลายคนที่มีปัญหาขาคากิ และต่างก็สรรหาสารพัดวิธีมาแก้ปัญหาขาใหญ่แบบนี้ให้เล็กเรียวด้วยกันทั้งนั้น แต่ละวิธีก็มีให้เลือกทำแบบแตกต่างกันไป แต่ขณะเดียวกันการออกกำลังกายก็เป็นวิธีที่ดีเยี่ยมที่สุดในขณะที่บางคนบอกว่าการออกกำลังกายบางประเภทก็ทำให้ขาของเราใหญ่เป็นกล้ามขึ้นมาได้ เพราะฉะนั้น คงจะไม่มีวิธีใดจะดีไปกว่าการควบคุมอาหารและออกกำลังกายในท่าที่เหมาะสมไปพร้อมกันสม่ำเสมอจริงมั้ยคะ และวันนี้เราก็มีกฏเหล็ก 2 ข้อที่จะช่วยแก้ปัญหาขาคากิให้คุณได้ มาดูกันดีกว่าว่าต้องทำอย่างไรบ้าง

9

กฏเหล็กที่ 1 เอาชนะใจตนเองด้วยการควบคุมพฤติกรรมการกิน
มีความอดทน ใจแข็ง เอาชนะใจตนเองในเรื่องของการทานอาหาร พฤติกรรมการทานอาหารมันๆ ทอดๆ หรืออาหารที่อุดมด้วยแป้ง ไขมันและน้ำตาลสูง เหล่านี้เองค่ะที่เป็นต้นตอปัญหาขาคากินให้สาวๆ กลัดกลุ้มกัน ดังนั้น หากตั้งใจจะลดขาให้เรียวเล็กแล้วก็ต้องเอาจริงเอาจังกับการทานอาหารมากขึ้น เน้นไปทานผักผลไม้ที่ให้กากใยอาหารสูงแทนจะดีกว่า

กฏเหล็กที่ 2 ลดขาใหญ่ด้วยการออกกำลังกายหรือบริหารร่างกายให้ขาเล็กลง
วิธีการไม่ยาก เพียงยกเวทด้วยกำลังขา ให้ใช้เวทซึ่งมีน้ำหนัก 1 กิโลกรัม เริ่มต้นท่าโดยให้นั่งบนเก้าอี้จากนั้นเอาเวทวางไว้บนขาแล้วยกหรือหากให้ดีควรนอนราบกับพื้น โดยผูกเวทติดกับขาเอาไว้แล้วยกขึ้นให้สูงจากพื้น  45 องศา แล้วยกแบบนี้ค้างไว้ เมื่อร่างกายของเราสามารถปรับสภาพให้เข้ากันกับเวทได้แล้ว จากนั้นก็เร่งจังหวะการยกขึ้นลงให้เร็วมากขึ้น โดยทำท่าบริหารแบบนี้ทีละข้างๆ ละเท่าๆ กัน หากมีเวท 2 อัน ก็สามารถทำท่าบริหารนี้สลับไปพร้อมกันได้ เมื่อคุณทำท่าบริหารจนคล่องมากขึ้นแล้วต่อมาก็ยกให้สูงขึ้นกว่าเดิม โดยเน้นให้ต้นขาได้ขยับเคลื่อนไหวมากขึ้น แนะนำให้ทำท่าบริหาร 3 เซ็ทๆ ละ 10 ครั้ง โดยบริหาร 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ก็จะดีมากทีเดียว

 

วิธีดูแลรูปร่างแบบฉบับสาวออฟฟิศ

สาวออฟฟิศยุคใหม่หันมาดูแลใส่ใจรูปร่างมากขึ้น ด้วยการสรรหาหลากหลายวิธีเพื่อมาใช้ในการลดน้ำหนัก เอาล่ะ วันนี้เราจะมีวิธีการใดมาแนะนำสาวๆ บ้าง ตามมาดูกันเลยค่ะ

8

หยุดให้รางวัลตัวเอง
บางตำราได้สอนไว้ว่าเมื่อสาวๆ ลดน้ำหนักลงมาบ้างแล้วให้จัดรางวัลให้ตัวเองบ้าง อาจจะเป็นขนมเค้กสักชิ้นหรืออาหารอร่อยๆ แบบกินตามใจปากเต็มที่/มื้อ แต่คุณรู้ไหมว่านั่นเป็นวิธีการคิดที่ผิดอย่างมหันต์ เพราะมันจะทำให้คุณตบะแตกในมื้ออื่นๆ ต่อไปได้นั่นเอง ที่สู้อุตส่าห์เฝ้าลดมาตลอดกลายเป็นพังหมด เพราะน้ำหนักก็ย่อมต้องขึ้นเหมือนเดิมอยู่ดี ดังนั้น หันมาทานสัก 3-5 คำเล็กๆ แค่พอได้ลองชิมรสแค่นี้ก็คงพอแล้ว

กินเฉพาะเวลาที่หิวเท่านั้น
หลายครั้งเวลาเรารู้สึกหิว แท้จริงอาจจะไม่ได้หิวจริงๆ ก็เป็นได้นะ เราเพียงมีความรู้สึกว่าอยากกินเท่านั้น ลองทดสอบด้วยการทำตารางระดับความหิวดูสิ ไล่ขึ้นมาด้วยการจับอาการหิวของตัวคุณเองบางทีถ้าหิวแค่ 7 ก็อาจจะยังถือว่าไม่หิวแท้จริงก็เป็นได้ ลองหาน้ำมาดื่มสักแก้วอาจจะช่วยลดความหิวไปได้ แต่หากความหิวมีระดับมากกว่า 7 ขึ้นไป ก็คงเป็นช่วงเวลาที่หิวจริงๆ ดังนั้น ทานผลไม้สดแช่เย็นอย่างแตงโม มะละกอ สับปะรด แอปเปิ้ลก็จะช่วยทำให้อิ่มท้องและควบคุมความหิวโหยไปได้เยอะเลยทีเดียว

ออกกำลังกายกระตุ้นระบบเผาผลาญ
อย่าหยุดนิ่งอยู่แต่กับที่เฉยๆ กันเลย ยิ่งบรรดาสาวออฟฟิศที่นั่งติดโต๊ะทำงานทั้งวันด้วยแล้วยิ่งมีโอกาสอ้วนง่ายมากขึ้น เพราะระบบเผาผลาญไม่ได้ทำงานอย่างเต็มที่ ลองลุกมาเดินไปมาสัก 2-3 รอบ หากนั่งอยู่แต่กับที่ก็อาจจะเกร็งและแขม่วหน้าท้อง ลุกเดินไปหยิบนั่นทำนี่ด้วยตัวเอง เป็นการออกกำลังกายไปในตัว ทำให้กระตุ้นระบบเผาผลาญพลังงานให้ทำงานดีขึ้น ลองทำแบบนี้ไปพร้อมกับการควบคุมอาหารสิคะ รับรองว่าภายในอาทิตย์เดียวคุณจะเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในรูปร่างที่ดีขึ้นทันตาแน่นอน

 

ดื่มนมเปรี้ยวแล้วผอมได้จริงหรือ?

ผู้หญิงเราหลายคนมีความเชื่อกันว่าการดื่มหรือทานนมเปรี้ยวจะสามารถช่วยลดความอ้วนได้ ดังนั้น วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับนมเปรี้ยวหรือโยเกิร์ตที่วางจำหน่ายในท้องตลาดกันค่ะ

โยเกิร์ตหรือนมเปรี้ยวที่วางจำหน่ายในท้องตลาดนั้น แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ ชนิดที่เป็นของเหลวสามารถดื่มได้เลยทันทีกับชนิดที่เป็นแบบกึ่งแข็งกึ่งเหลว

7

นมเปรี้ยวเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากการนำเอานมไปหมักด้วยจุลินทรีย์ที่ไม่ทำให้เกิดโรค มีการปรุงแต่งวัตถุอื่นๆ ที่มีความจำเป็นต่อกระบวนการผลิต และมีการปรุงแต่งสี รสและกลิ่นไปพร้อมกัน ในส่วนของจุลินทรีย์ที่นิยมใช้กันนั้นเป็นแบคทีเรียกลุ่มแลคโตบาซิลลัสและสเตรปโตคอคลัสเป็นแบคทีเรียที่สามารถเปลี่ยนน้ำตาลเป็นแลคโตส ทำให้น้ำนมกลายเป็นกรดแลคติค และนี่ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้หลายคนดื่มนมแล้วเกิดปฏิกิริยาทำให้เกิดอาการท้องเสียขึ้นได้ เพราะมันไม่สามารถย่อยน้ำตาลแลคโตสได้ แต่คุณสามารถดื่มนมเปรี้ยวแทนนมเพื่อรับคุณค่าสารอาหารของนมทั่วไปได้

สำหรับกรณีที่หลายคนเข้าใจว่าการดื่มนมเปรี้ยวนั้นไม่ทำให้อ้วน แต่แท้จริงแล้ว พลังงานที่เราได้รับทั้งหมดจากนมเปรี้ยวนั้นจะมากหรือน้อยก็ตามล้วนขึ้นอยู่กับวัตถุดิบส่วนผสมในนมเปรี้ยวนั้นๆ เช่น หากนมเปรี้ยวผลิตจากนมสดก็ย่อมมีพลังงานมากกว่านมเปรี้ยวที่ผลิตจากนมพร่องมันเนย ซึ่งจะมีไขมันน้อยกว่านั่นเอง แต่หากนมเปรี้ยวบางชนิดมีรสหวานมากนั่นก็หมายถึงนมเปรี้ยวนั้นๆ มีการปรุงแต่งน้ำตาลในปริมาณที่มากนั่นเอง และย่อมให้พลังงานมากกว่านมธรรมดาทั่วไปด้วยซ้ำ ดังนั้น ทุกครั้งที่คุณจะเลือกซื้อนมเปรี้ยวมาดื่มเพื่อไม่ให้อ้วนก็ควรอ่านฉลากผลิตภัณฑ์ที่ระบุส่วนประกอบสำคัญต่างๆ ไปพร้อมกันจะดีมาก

ดังนั้น หากจะเลือกดื่มนมเปรี้ยวหรือโยเกิร์ตก็ควรเลือกแบบชนิดประเภทที่ไขมันต่ำเข้าไว้จะดีที่สุด หากเป็นนมทั่วไปก็ควรเลือกทานแบบพร่องมันเนย วิธีการเลือกดื่มแบบนี้จะทำให้รูปร่างของเราไม่อ้วนขึ้นนั่นเอง

วิธีกระตุ้นเตือนสติตัวเองให้ลดน้ำหนักจนสำเร็จ

เรื่องของการลดน้ำหนักเพื่อให้รูปร่างของคุณสวยเพรียวสมใจนั้น บางทีมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำกันได้ง่ายๆ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำยากจนเกินไปสำหรับผู้หญิงเราบางคน สนุกและกล้าที่จะเรียนรู้กับกิจกรรมท้าทายใหม่ๆ อย่างการออกกำลังกายและการสร้างแรงบันดาลใจเพื่อกระตุ้นเตือนตัวเองให้ลดน้ำหนักจนสำเร็จ สำหรับวันนี้ใครที่กำลังมองหาวิธีกระตุ้นเตือนสติตัวเอง พลาดบทความนี้ไม่ได้กันแล้วนะคะ

6

กำจัดจุดอ่อนของตัวเอง
หากคุณรู้ว่าพฤติกรรมใดที่อาจทำให้คุณเผลอตามใจปากจนยับยั้งตัวเองไว้ไม่อยู่ก็ให้รีบควบคุมพฤติกรรมนั้นดีกว่า สังเกตพฤติกรรมตัวเองได้แล้วก็เปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างด่วนจี๋ เตือนสติทุกครั้งที่จะหยิบขนมนมเนยเข้าปาก เช่น หากรู้ว่าอยู่นิ่งเฉยๆ แล้วมักจะหิวโหยบ่อยๆ ก็ให้พกขวดน้ำไว้ดื่มตลอดเวลาเพื่อป้องกันอาการหิวโหยหนักๆ หรืออาจจะหากิจกรรมอย่างอื่นทำเพื่อลืมความหิว หากรู้ว่าเมื่อออกนอกบ้านแล้วมักจะซื้ออาหารข้างนอกทานจนทำให้อ้วนเป็นประจำงั้นก็เริ่มต้นทำอาหารทานเองตั้งแต่อยู่ในบ้าน และหากรู้ว่าจะต้องกินข้าวตรงหน้าหมดจานก็ให้บีบมะนาวใส่น้ำเปล่าแล้วดื่มก่อนเลยหนึ่งแก้ว วิธีนี้จะช่วยควบคุมความอยากอาหารและทำให้คุณเบี่ยงเบนพฤติกรรมการกินหมดจานให้ลดน้อยลงได้นั่นเอง เป็นการกำจัดจุดอ่อนของตัวเองได้อย่างตรงจุดดีทีเดียว
สร้างแรงบันดาลใจ
มองหาภาพไอดอลหนุ่มสาวเกาหลีหรือดารานางแบบที่คุณชื่นชอบมาแปะฝาหนังภาพใหญ่ๆ เอาไว้เลยค่ะ ทุกครั้งที่ตื่นนอนตอนเช้าขึ้นมาจะทำให้คุณสามารถเตือนสติตัวเองจากภาพเหล่านี้ได้ ทำให้มีแรงบันดาลใจฮึดสู้ที่จะลุกขึ้นมาขยับแขนขาเพื่อออกกำลังกาย หรือสาวๆ บางคนอยากลดน้ำหนักให้สำเร็จเพื่อพิชิตใจชายหนุ่มที่คุณแอบชอบ ถ้าเช่นนั้นก็แอบเก็บหนุ่มคนนี้เอาไว้เป็นแรงผลักดันเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ตัวคุณเองก็ดีไม่น้อยทีเดียว
เรียนรู้สิ่งใหม่และรักตัวเองให้มากขึ้น
จงเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อสร้างแรงกระตุ้นให้ตัวเองตลอดเวลา และที่สำคัญหากคิดว่าการลดน้ำหนักไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น อย่างน้อยๆ ก็ขอให้คิดว่าทำเพื่อสุขภาพตัวเอง ขอให้รักตัวเองเข้าไว้ การลดน้ำหนักก็จะยิ่งกลายเป็นเรื่องง่าย คุณจะมองเห็นภาพผู้หญิงคนหนึ่งในจินตนาการที่แต่งตัวสวยเก๋ตามเสื้อผ้าแฟชั่น แต่งหน้าทำผมแบบสุดเซ็กซี่เย้ายวนใจ มีเสน่ห์จนผู้คนรอบข้างต้องหลงใหลและมองตามเธอตาเป็นมัน เสน่ห์ในตัวแบบนี้นี่แหละที่จะเหนี่ยวรั้งให้คุณกลายเป็นผู้หญิงที่โดดเด่นน่าเข้าหามากที่สุด แล้วคุณจะมีความสุขกับการตั้งใจรักษารูปร่างอย่างไม่ลดละเลยทีเดียว

สำรวจพฤติกรรมเพื่อวางแผนการกินอย่างมีระบบ

การกินอาหารของเรานั่นเองที่เป็นสาเหตุทำให้เราน้ำหนักขึ้น จนกลายเป็นอ้วนโดยไม่รู้ตัว เพราะความสุขอย่างหนึ่งของคนเราก็คือการกินนั่นเอง เพราะฉะนั้น หันมาสำรวจตัวเองวันนี้กันดีกว่าเพื่อควบคุมพฤติกรรมการกินอาหารที่ทำให้อ้วนจะได้เร่งรีบรักษารูปร่างก่อนที่หุ่นของคุณจะกลายเป็นแม่หมูในเร็ววันนี้
5
1. สำรวจพฤติกรรมการกินของตัวเอง
นอกจากนิสัยชอบกินแบบจุบจิบแล้ว เคยมีไหมหลายครั้งที่คุณชอบเผลอกินให้หมดทั้งที่กินอิ่มแล้ว แต่นึกเสียดายอาหารที่เหลือในจาน เช่น อาหารของลูกๆ ที่เหลือค้างอยู่คุณก็จัดการกวาดเรียบ เผลอกินอาหารในตอนกลางคืน เป็นต้น หากรู้ตัวว่ากินเกินความจำเป็นก็จะช่วยเตือนให้คุณสามารถตัดพฤติกรรมเหล่านี้ออกไปได้
2. ออกนอกบ้านตอนที่ท้องอิ่มแล้วเท่านั้น
อาจตั้งกฏใหม่ไปเลยว่าทุกครั้งก่อนออกจากบ้านให้ทำอาหารทานเองก่อน อาจจะเป็นสลัดสักจานที่เน้นทานผักหรือผลไม้เยอะๆ ดื่มน้ำให้เต็มอิ่ม เมื่อทานอิ่มแปล้ขนาดนี้แล้ว เวลามีนัดออกไปกินข้าวหรือเดินช้อปปิ้งกับเพื่อนสาวข้างนอกก็จะได้ยับยั้งชั่งใจตัวเองไปในตัวได้ และควบคุมพฤติกรรมจุบจิบนอกรอบได้อีกด้วย
3. ควรนั่งกินอาหารในจานเท่านั้น
เนื่องจากมีการศึกษาพบว่าการกินอาหารจากแพ็กเกจและการยืนกิน อาจทำให้เราเผลอกินอาหารในปริมาณที่มากเกินไปเมื่อเทียบกับการกินอาหารในจาน เพราะการกินอาหารแบบแพ็กเกจบรรจุอาหารหรือการยืนกินนั้นจะทำให้เรารู้สึกเพลิดเพลินกับการกินมากกว่านั่นเอง
4. ตักอาหารแบ่งใส่จานเล็กๆ ของตัวเอง
ในขณะที่คุณกำลังคุมน้ำหนักอยู่นั้น ควรเลือกที่จะตักอาหารแบ่งมาใส่จานเล็กๆ ส่วนตัวของคุณเอง โดยอาจเน้นขนาดจานเล็กๆ เท่านั้น และควรเลือกเน้นตักเฉพาะผักและเนื้อสัตว์ไร้ไขมัน เน้นปริมาณข้าวน้อยเข้าไว้จะดีที่สุด
5. วางแผนการกิน
ควรวางแผนการกินอย่างเป็นระบบ อย่างการกินมื้อละเล็กๆ ทีละน้อยๆ แต่ทานบ่อยอาจทานทุก 2 ชั่วโมงก็เป็นการกระตุ้นระบบเผาผลาญให้ทำงานดีกว่าการกินปริมาณเยอะๆ นะ และควรเลือกกินแต่อาหารที่มีแคลอรี่ต่ำแต่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ มากกว่าการกินอาหารแคลอรี่สูงที่เผาผลาญยากและทำให้อ้วนง่ายกว่าเยอะ